เปิดโลกวงการถ่ายภาพ และประวัติกล้องถ่ายรูป ดิจิตอลตัวแรกของโลก

ในสมัยก่อน การบันทึกเรื่องราวต่าง ๆก็จะเป็นการจดบันทึก หรือการวาดรูป จนมนุษย์ได้คิดค้นนวัตกรรมที่เรียกว่า กล้องถ่ายรูป ขึ้นมาเพื่อเก็บภาพแห่งความทรงจำที่มีค่าของคนเราเอาไว้ จนในปัจจุบันเรามี กล้องดิจิตอล อย่าง กล้องถ่ายรูปcannon กล้องถ่ายรูปFUJI ที่ทำให้การใช้ กล้องถ่ายรูปราคาถูกลง นั้นเอง

กว่าจะมี กล้องถ่ายรูป ดิจิตอล

การบันทึกข้อมูลในสมัยก่อนที่จะมี กล้องถ่ายรูป มีวิธีไม่มากนัก เช่น การจำบันทึก การวาดภาพเหมือน จนกระทั่งมี กล้องถ่ายรูป การถ่ายภาพจากอดีตถึงปัจจุบันได้มีการพัฒนาต่อเนื่องมาโดยลำดับ การถ่ายภาพเป็นการบันทึกความทรงจำและการสื่อความหมายในสมัยโบราณ เสมือนแสดงวิธีการวาดภาพโดยดินสอหรือสีเพื่อบันทึกความทรงจำและสื่อความหมาย ต่อมามนุษย์ได้มีการคิดค้นวิธีการสร้างภาพให้เหมือนจริงโดยอาศัยหลักการทางวิทยาศาสตร์ โดยคิดค้นกระบวนการสร้างภาพในเรื่องของแสงและ กล้องถ่ายรูป

400 ปีก่อนคริสต์ศักราช อริสโตเติล (Aristotle) นักวิทยาศาสตร์ชาวกรีกได้บันทึกหลักการของแสงไว้ว่า ถ้าเราปล่อยให้ลำแสงผ่านเข้าไปทางช่องเล็กๆในห้องมืด โดยมีกระดาษขาวอยู่ด้านหลัง ห่างจากช่องรับแสงประมาณ 15 เซนติเมตร จะปรากฏภาพบนกระดาษมีลักษณะเป็นภาพหัวกลับ จากหลักการนี้เองได้มีการพัฒนา คิดค้นสิ่งประดิษฐ์จนเกิดนวัตกรรมที่เรียกว่า กล้อง รูเข็มขึ้น มีลักษณะเป็นกล่องเหมือนห้องมืด  มีรูเล็กๆอยู่ที่ฝาข้างหนึ่ง และเมื่อแสงผ่านรูปจะทำให้ปรากฏภาพจริงหัวกลับบนแผ่นรองรับด้านตรงข้ามได้ เรียกว่า กล้องออบสคิวรา (Obscura Camera) จิตรกรสมัยนั้นได้มีการใช้ประโยชน์จาก กล้อง ลักษณะนี้เพื่อช่วยในการลอกแบบวาดภาพ รูปแบบของ กล้อง ในระยะต่อมาได้มีการพัฒนารูปแบบและคุณภาพเพื่อให้สะดวกในการ ใช้งาน  เช่น  การนำเลนส์มาเป็นส่วนประกอบ ทำให้มองเห็นภาพได้ชัดเจน ตัว กล้อง มีขนาดเล็กลง  สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก

ค.ศ.1676 โยฮัน สเตอร์ม (Johann Sturm) ได้ประดิษฐ์ กล้องถ่ายรูป ที่เรียกว่า กล้องรีเฟลกซ์ (Reflex Camera) เป็น กล้องถ่ายรูป แรกของโลก โดยใช้กระจกเงาวางตั้งเป็นมุม 45 องศา ภายในกล้อง  เพื่อรับแสงสะท้อนจากวัตถุที่ต้องการถ่ายไปยังฉากรับภาพ  ซึ่งจะได้ภาพจริงหัวตั้งเป็นภาพเสมือนจริง  การถ่ายภาพได้มีวิวัฒนาการโดยนักวิทยาศาสตร์ได้มีการพัฒนาคิดค้นรูปแบบ ของ กล้องถ่ายรูป เรื่อยมา  จนกระทั่งศตวรรษที่  17 ได้มีการคิดค้นเกี่ยวกับความรู้ที่ว่าทำอย่างไรจึงจะบันทึกภาพให้ปรากฏไว้ ได้คงทนถาวร

มนุษย์เราอาจจะได้ใช้ กล้องถ่ายรูป แบบดิจิตอลครั้งแรกราว ๆปี 1990-2000 แต่จริง ๆแล้ว ประวัติของ กล้องดิจิตอล นั้นมีประวัติยาวนานกว่าที่เรารู้ เพราะ กล้องดิจิตอล ตัวแรกของโลกมีการประดิษฐ์ขึ้นมาตั้งแต่ทศวรรษ 1970 ทว่ามันกลับถูกปกปิดเป็นความลับสุดยอด และไม่เคยวางจำหน่ายเลยแม้แต่เครื่องเดียว ทำไมนวัตกรรมพลิกวงการเช่นนี้ถึงถูกเก็บซ่อนไว้นานนับสิบๆปี กล้องดิจิตอล ตัวแรกของโลกประดิษฐ์ขึ้นในปี 1975 โดยวิศวกรที่ชื่อ Steven Sasson ที่เพิ่งเข้ามาทำงานในบริษัท Kodak ผู้ครองตลาดอุปกรณ์การถ่ายภาพครบวงจรจนแทบจะไม่มีคู่แข่ง มอบหมายให้เขาทำคือ ให้ลองศึกษาดูว่าอุปกรณ์ถ่ายเทประจุ (charge-coupled device – CCD) เอามาใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง และในที่สุดเขาก็ประดิษฐ์ กล้องดิจิตอล ตัวแรกของโลกขึ้นมาแม้ว่า กล้องดิจิตอล ของเขาจะมีขนาดใหญ่มาก และอาจจะไม่สะดวกแก่การใช้งาน เขาก็ยังเชื่ออยู่ลึกๆ ว่า สิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้มีศักยภาพพอที่จะปฏิวัติวงการได้ แต่เมื่อเขานำไปเสนอกับบอร์ดบริหารของ Kodak เขากลับต้องผิดหวัง เพราะบอร์ดบริหารมองว่า กล้องดิจิตอล ของเขาจะเข้ามาทำลายอาณาจักรอุปกรณ์ถ่ายภาพของ Kodak เนื่องจากในขณะนั้น Kodak ขายทุกอย่างที่เกี่ยวกับการถ่ายภาพ และสิ่งที่ขายดีเป็นอันดับต้นๆ คือฟิล์มซึ่งใช้บันทึกภาพ (เปรียบเหมือน SD Card ในปัจจุบันแต่ต้องเปลี่ยนเรื่อยๆ) กล้องถ่ายรูป จะถ่ายอะไรไม่ได้เลยถ้าไม่มีฟิล์ม ฟิล์มจึงเป็นสินค้าที่ขายได้อย่างต่อเนื่อง แต่ กล้องดิจิตอล ของ Sasson ไม่ต้องใช้ฟิล์ม หมายความว่าหาก กล้องดิจิตอล ของเขาถูกนำไปพัฒนาต่อยอดและออกสู่ตลาด Kodak จะขายฟิล์มไม่ออกโดยปริยาย นอกจากนี้การจะนำภาพออกจากฟิล์มยังต้องใช้น้ำยาล้างฟิล์ม รวมไปถึงอุปกรณ์เฉพาะอื่น ๆ สินค้าเหล่านี้ก็จะขายไม่ได้ตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม บอร์ดบริหารอนุญาตให้เขาพัฒนา กล้องถ่ายรูป ดิจิตอลต่อไป และได้ยื่นจดสิทธิบัตรในปี 1978 แต่ในขณะเดียวกัน Sasson กลับถูกบังคับให้ปิดเรื่องกล้องของเขาไว้เป็นความลับสุดยอด ทำให้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ถึงการมีอยู่ของ กล้องถ่ายรูป ดิจิตอลตัวนี้

หลังจากนั้นแบรนด์ กล้องถ่ายรูป และเครื่องใช้ไฟฟ้าก็เริ่มพัฒนาเทคโนโลยี กล้องดิจิตอล เป็นของตนเอง Kodak จึงทำเงินได้มหาศาลจากสิทธิบัตรที่ถืออยู่ แต่แล้วสิทธิบัตรก็หมดอายุลงในปี 2007 จังหวะนั้น Kodak ยังไม่พร้อมจะแข่งขันในตลาด กล้องดิจิตอล 5 ปีต่อมา แบรนด์สามัญประจำบ้านที่ครองตลาดมายาวนานอย่าง และพนันได้เลยว่า Kodak ก็ต้องถึงคราวล้มละลาย และจำต้องขายสิทธิบัตรหลายรายการ ก่อนจะกลับมาตั้งตัวใหม่เป็นบริษัทที่เล็กกว่าเดิมมากในปี 2013

และในปี 1997 ที่นับว่าเป็นการปฏิวัติวงการ กล้องถ่ายรูป เพราะเป็นปีที่มี กล้องดิจิตอล จากผู้ผลิตนับสิบยี่ห้อ ทั้งจาก กล้องถ่ายรูปCanon, Nikon, Minolta, Olympus, Kodak, Fujifilm, Casio, Epson, Konica, Kyocera, Panasonic, Ricoh, Samsung, Sanyo, Sony, Sharp, Toshiba, Vivitar และอื่นๆอีกมากมาย กล้องถ่ายรูป ส่วนใหญ่ให้ขนาดภาพ 640 x 480 พิก-เซล  มี กล้องดิจิตอล เพียงบางรุ่นที่เกิน 1 ล้านพิกเซล เช่น Olympus Camedia C-1400L ความละเอียด 1.4 ล้านพิกเซล ออกแบบรูปทรงเป็นตัวแอล (L) คล้ายกับกล้องSLR Kodak DC210 ความละเอียด1 ล้านพิกเซล จัดเก็บภาพด้วยการ์ด Fuji DS-300  ความละเอียด1.2 ล้านพิกเซล

ปี 1998 ในปีนี้ กล้องถ่ายรูป ดิจิตอลถูกผลิตขึ้นมากอีกกว่าหนึ่งเท่าตัว ส่วนใหญ่มีความละเอียด 1.2-1.5 ล้านพิกเซล โดยมีกล้องที่โดดเด่นคือดิจิตอล SLR ของโกดักรุ่น DCS 520 ใช้บอดี้ กล้องถ่ายรูปCanon ES1N ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล จัดเก็บภาพด้วยฮาร์ดดิสก์ PCMCIA Type III 340 MB ส่วนกล้องสำหรับผู้ใช้ทั่วไปก็มีของ กล้องถ่ายรูปCanon Pro 70 เป็น กล้อง แบบ SLR ที่มีรูปทรงสวยงามทันสมัย เลนส์ซูม 28-70 มม. มีฮอทชูเสียบแฟลชภายนอก ความละเอียด 1.5 ล้านพิกเซล ทางด้านโซนี่ก็เปิดตัว Mavica FD-71 ที่จัดเก็บภาพด้วยแผ่นฟล็อปปี้ดิสก์ ถ่ายภาพเสร็จนำแผ่นไปเปิดดูที่คอมพิวเตอร์ได้ทันที ความละเอียด 3 แสนพิกเซล และรุ่น FD-91 ความละเอียด 7 ล้านพิกเซล

ปี 1999 ตลาด กล้องถ่ายรูป ดิจิตอล เติบโตขึ้นมาก ในแต่ละเดือนมี กล้องถ่ายรูป รุ่นใหม่ๆ หลายสิบรุ่นส่วนใหญ่มีความละเอียดที่ 2 ล้านพิกเซล เพียงพอกับการนำไปอัดขยายภาพขนาด 4 x 6 นิ้ว ให้คุณภาพดีพอสมควร แม้ว่าจะยังห่างไกลกับการใช้ฟิล์ม  แต่ก็พอยอมรับได้ และ Olympus ก็เปิดตัว กล้องถ่ายรูป ตระกูล C เป็นครั้งแรกในรุ่น C-2020

ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน กล้องดิจิตอล มีการพัฒนาอย่างมาก ในแต่ละปีมีกล้องรุ่นใหม่ๆ จากหลายสิบยี่ห้อนับร้อยรุ่น กล้อง รุ่นใหญ่สำหรับมืออาชีพ ความละเอียดเพิ่มมากขึ้นจาก 2, 3, 4 เป็น 5 ล้านพิกเซล

วิวัฒนาการของวัสดุไวแสงและ กล้องถ่ายรูป ได้พัฒนาควบคู่กันมา อุปกรณ์กลไกการใช้งานของกล้องถ่ายภาพมีการพัฒนาให้สวยงามและสะดวกในการใช้งาน ระบบการควบคุมปริมาณแสง สามารถทำงานได้ถูกต้องแม่นยำ มีขนาดเล็กลง และมีความไวแสงสูงขึ้น ผลจากการคิดค้นของนักวิทยาศาสตร์ทำให้เทคโนโลยีถ่ายภาพได้พัฒนาอย่างรวด เร็ว ผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการถ่ายภาพมีประสิทธิภาพ กล้องถ่ายรูป มีการใช้เทคโนโลยีที่สูงขึ้นใช้ระบบไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ควบคุมการทำงานอัตโนมัติ มีการประดิษฐ์กล้องถ่ายภาพระบบดิจิตอล (Digital  Camera) ใช้งานโดยต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถแก้ไขตกแต่งภาพได้ตามต้องการ  ในวงการถ่ายภาพมีการใช้ กล้องดิจิตอล มากขึ้น เนื่องจากเอื้อประโยชน์ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพเพื่อบันทึกเหตุการณ์  ความทรงจำ  ความบันเทิง  ตลอดจนถึงในวงการธุรกิจ

กล้องถ่ายรูป

ประเภทของ กล้องถ่ายรูป กล้องดิจิตอล ในปัจจุบัน

1.กล้องคอมแพ็ค

        กล้องถ่ายรูป คอมแพ็คดิจิตอลเป็น กล้องถ่ายรูป ดิจิตอลที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย เพียงศึกษาวิธีใช้งานเพียงเล็กน้อยก็สามารถใช้งานได้ โดยหลักการแล้ว กล้องถ่ายรูป คอมแพ็คดิจิตอลมีหลักการทำงานเหมือนกับกล้องคอมแพ็คที่ใช้ฟิล์มถ่ายภาพ ในปัจจุบันเป็น กล้องถ่ายรูป ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายเนื่องจากใช้งานง่ายและราคาไม่แพงมากนัก กล้องถ่ายรูป คอมแพ็คดิจิตอลในปัจจุบันได้มีการพัฒนาและออกแบบให้ผู้ใช้สามารถเลือกใช้งานได้สะดวก เช่น ระบบการซูมภาพ ระบบการวัดแสงอัตโนมัติ ระบบการบันทึกภาพเคลื่อนไหว

2. กล้องดิจิตอล ชนิดสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยว (DSLR Digital Single Lens Reflex)

     กล้องถ่ายรูป ประเภทนี้จะเหมาะสำหรับผู้ใช้ตั้งแต่เบื้องต้นไปจนถึงมืออาชีพ มีขนาดใหญ่และหนักที่สุดเมื่อเทียบกับทุกประเภท  กล้องถ่ายรูป ดิจิตอลชนิดสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยว เป็น กล้องถ่ายรูป ดิจิตอลที่มีการพัฒนาจากกล้องขนาด 35 มม.ที่ใช้ฟิล์ม โดยมีหลักการทำงานเหมือนกันกับ กล้องถ่ายรูป สะท้อนภาพเลนส์เดี่ยวแบบใช้ฟิล์ม จะแตกต่างกันตรงที่ กล้องดิจิตอล จะใช้แผ่นการ์ดเป็นตัวรับและบันทึกข้อมูล ในปัจจุบัน กล้องถ่ายรูป ดิจิตอลชนิดสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยวจะมีความละเอียดของภาพสูง นอกจากนั้นยังได้เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้สามารถใช้งานได้สะดวกขึ้น โดยเพิ่มเติมในส่วนของประสิทธิภาพในการทำงาน เช่น ระบบการวัดแสง , ระบบการตั้งความไวของชัตเตอร์ ,ระบบบันทึกภาพเคลื่อนไหวต่อเนื่อง และฟังก์ชั่นการทำงานก็ปรับแต่งค่าได้ละเอียดมากที่สุด รองรับอุปกรณ์เสริมอย่างเต็มรูปแบบ ไฟล์ที่ได้จาก กล้องถ่ายรูป ประเภทนี้ก็ตามรุ่นนั่นคือดีพอสมควรไปจนถึงดีมาก แต่ก็ต้องเรียนรู้ระบบการทำงานของกล้องตัวนี้นานพอสมควรเพราะฟังก์ชั่นที่มากมายนั่นเอง เนื่องจากกล้องประเภทนี้มีความนิยมสูง จึงเหมาะสำหรับผู้ที่รักการถ่ายภาพเบื้องต้นแต่ยังคงมีความต้องการความสามารถอื่นๆเผื่อเอาไว้ เรียกว่าเหลือดีกว่าขาด เราจึงพบผู้ใช้งานกล้องประเภทนี้ตั้งแต่เริ่มใช้งานไปจนถึงมืออาชีพ

3. กล้อง DSLRLike 

        กล้องถ่ายรูป ประเภทนี้คือ กล้องถ่ายรูป ที่หน้าตาเหมือน DSLR (ข้อ 2) ทำอะไรต่างๆได้เหมือน DSLR แต่ไม่สามารถเปลี่ยนเลนส์ใหม่ได้ และเซนเซอร์รับภาพขนาดเท่ากล้องคอมแพ็ค (Compact)

4. กล้อง Mirrorless

       แนวคิดของ กล้องถ่ายรูป ตัวนี้เกิดจากการที่มีคนอยากได้กล้องที่เปลี่ยนเลนส์ได้ มีขนาดเล็กพอๆกับกล้องคอมแพค แล้วก็ให้คุณภาพไฟล์เทียบเท่ากล้องมืออาชีพอย่าง DSLR เป็น กล้องถ่ายรูป ประเภทเดียวกับ DSLR ต่างกันตรงที่ไม่มีกระจกสะท้อนภาพเท่านั้นเอง ทำให้มีขนาดที่เล็กกว่า DSLR มาก ได้เปรียบเรื่องการพกพาที่ใกล้เคียงกับ กล้องถ่ายรูป แบบคอมแพ็ค คุณภาพไฟล์รูปเท่าๆกับ DSLR

4 กล้องถ่ายรูป Mirrorless สุดคุ้ม

กล้องถ่ายรูปFuji Camera X-T100 Kit

กล้องถ่ายรูปFuji Camera X-T100 Kit การออกแบบกล้องคลาสสิคแบบเท่ๆ มาพร้อมกับเลนส์คิต แบบซูมไฟฟ้า มีสามสีคือ Black, สี Dark Silver และสี Champange Gold คุณสมบัติสุดพรีเมี่ยมคุ้มค่าเกินราคามีช่องมองภาพ OLED Electronic View Finder (OLED EVF) หน้าจอ EVF Fuji XT100 ความละเอียด 2.3 ล้านพิกเซล หน้าจอ Touch Screenสามารถเซลฟี่ได้ รองรับ 4K Video ความละเอียด 3840×2016 พิกเซล มีช่อง Microphone Port ขนาด 2.5mm สำหรับต่อไมโครโฟนแยกได้ เป็นกล้องที่เหมาะสำหรับ Blogger ถ่าย Vlog เป็นอย่างยิ่ง กล้องถ่ายรูปFuji Camera X-T100 Kit ราคาอยู่ที่ 18,990.- หาซื้อได้ที่ร้าน BIGCAMERA แต่เห็นว่า JD Central ราคาเหลืออยู่ประมาณ 15,990.- เองนะ เป็น กล้องถ่ายรูปราคาถูก และคุ้มค่าจริงๆ

Canon EOS m50

กล้องถ่ายรูปCanon EOS M50 กล้องถ่ายรูปCanon ที่ถูกออกแบบมาเพื่อผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยว ถ่ายภาพไปด้วยเที่ยวไปด้วยหรือจะถ่ายวิดีโอ Vlogger ก็เหมาะสมอย่างยิ่ง กล้องออกแบบให้มีระบบกันสั่นไหวในเลนส์ร่วมกับระบบกันสั่นแบบดิจิตอล มีเซนเซอร์ CMOS ขนาด APS-C ความละเอียด 24.1 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายภาพเคลื่อนไหวแบบ Time lapse ระดับ 4K และตัดต่อเป็นภาพนิ่งได้ด้วย โดย กล้องถ่ายรูปCanon รุ่นนี้จะได้หน้าจอแบบ LCD สามารถปรับหมุนได้ทำให้ถ่ายภาพได้หลายมุม ใช้งานสะดวกมากขึ้นเพราะปุ่มและวงแหวนจัดวางอยู่ทางด้านขวา ทำให้สามารถใช้งานได้เพียงมือเดียว ราคาอยู่ที่ 25,990.- หาซื้อได้ที่ BIGCAMERA เห็นตอนนี้ถ้าสั่งทางเว็บจะได้ กล้องถ่ายรูปCanon EOS m50 ในราคาพิเศษอยู่ที่ 20,500.- พูดได้เลยว่าเป็น กล้องถ่ายรูปราคาถูก ที่เหมาะกับสายเที่ยวมากๆ

Canon G7X Mark III

กล้องถ่ายรูปCanon G7X Mark III กล้องรุ่นนี้ของ Canon จะเป็นกล้อง Compact ไม่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ การออกแบบแข็งแรง วัสดุดี น้ำหนักเบาเซนเซอร์1.0 inch CMOS ไฟล์ภาพดี ความละเอียดของภาพ 20.1 ล้านพิกเซล ซึ่งถือว่าเพียงพอกับการใช้งาน นอกจากนี้ กล้องถ่ายรูปCanon G7X Mark III มากับเลนส์ที่ถือว่าอยู่ในระดับดีเดียวเป็นเลนส์ 8.8–36.8mm f1.8–2.8ตัวเดียวจบถึงแม้เพิ่มเลนส์ไม่ได้แต่ยืดได้ สามารถถ่ายได้ดีทั้งกลางวันและกลางคืน มีโหมดป้องกันภาพสั่นไหว มีจุดโฟกัส 31 จุด ปรับโฟกัสง่ายๆเหมือนถ่ายภาพที่โทรศัพท์มือถือ หน้าจอเป็นแบบทัชสกรีนหน้าจอความละเอียด1.04 ล้านจุด ในส่วนของการถ่ายภาพเซลฟี่ ต้องถูกใจสาวๆอย่างแน่นอนเพราะ กล้องถ่ายรูปCanon G7X Mark III ปรับโทนสีได้ดีแทบไม่ต้องแต่สีเพิ่ม ราคา 23,900.- Central Online 16,590. – พนันว่าน่าจะเป็น กล้องถ่ายรูปราคาถูก ที่แข็งแรงเอาเรื่องอยู่

FujiFlim X-A5 Kit 15-45 mm

กล้องถ่ายรูปFuji Flim X-A5 Kit 15-45 mm กล้องถ่ายรูป ในดวงใจของสาวๆ เลยสำหรับกล้องตัวนี้นอกจากรูปทรงสวยงาม มีสามสีให้เลือกน้ำหนักเบา ใช้งานง่าย พิเศษด้วยเลนส์คิตรุ่น Fujinon XC 15-45 F3.5-5.6 OIS PZ  แล้วยังมีฟังก์ชั่นที่สุดยอดมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็น Sensors CMOS ความละเอียด 24.2 Megapixels ขนาด APS-C ที่สามารถปรับหน้าชัดหลังเบลอได้อย่างแนบเนียนเหมือนกล้อง DSLR  หน้าจอ LCD Touchscreen ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 1.04 ล้านจุด กาง 180 องศา สามารถปรับบิดพับเพื่อ Selfieได้ภาพในโหมดต่อเนื่องเร็วขึ้นความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 1/32000s แบบ Electronic Shutter และ 1/4000s แบบ Mechanical Shutter เป็น 6 ภาพต่อวินาทีถ่าย VDO 4K ได้ที่ 15fps มีช่องเสียบไมค์จุดเด่นที่น่าสนใจสำหรับสาวๆ คงจะเป็นเรื่องของการปรับหน้าเนียน Face Detection ที่สามารถจับโฟกัสภาพได้อย่างแม่นยำ กล้องถ่ายรูปFuji Flim X-A5 Kit 15-45 mm ราคาอยู่ที่ 14,590.- JD Central 13,390. – Shopee 10,999.- นับว่าเป็น กล้องถ่ายรูปราคาถูก น่าคบหามากๆ

โดยสรุปแล้ว กล้องถ่ายรูป เป็นอุปกรณ์ที่บันทึกเรื่องราวความทรงจำที่มีค่าของทุกคน ความทรงจำเรื่องราวดีๆ ความทรงจำเกี่ยวกับคนรัก จะสังเกตได้ว่าไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน กล้องถ่ายรูป ก็จะอยู่ทุกที การซื้อ กล้องถ่ายรูป ราคาถูก ที่มีความคมชัด มีคุณภาพที่ดี รูปที่ได้ก็จะมีคุณภาพดีไปด้วย ไม่ว่าจะกลับมาดูกี่ครั้งความทรงจำก็จะไม่จางหาย แต่ถ้าจะสั่งซื้อของที่มีราคาแพงทางออนไลน์ ควรจะดูเว็บที่น่าเชื่อถือ เพราะการซื้อบนออนไลน์ก็เหมือนการเล่นพนัน ดวงดีได้ ดวงร้ายเสีย